cropped-logo-default.png

บาคาร่า เป็นเกมที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ลุ้นระทึกและน่าสนใจ! ทั้งยังเป็นเกมที่เรียนรู้ได้เร็วและเล่นง่าย ผลเกมเป็นไปได้ 3 แบบ ได้แก่ เพลเยอร์ชนะ แบงค์เกอร์ชนะ และเสมอ โปรดทราบว่า “แบงค์เกอร์” ไม่ได้หมายถึงเจ้ามือ ผู้เข้าร่วมเล่นในเกมมีทางเลือกว่าจะเดิมพันฝั่่งเพลเยอร์ หรือฝั่งแบงค์เกอร์ก็ได้ ทั้งนี้เราขอเชิญคุณให้มาลองเล่นเพื่อความสนุกก่อนที่จะมีการเสี่ยงด้วยเงินจริงในคาสิโนออนไลน์

นี่คือวิธีการเล่น :

ก่อนที่เราจะเริ่มเล่นคุณต้องเล่นฟรีกับ thaicasinoonline เพื่อทำความคุ้นเคยกับเกมให้ดีก่อน ในเกมนี้ไพ่จะแจกให้ทั้งสองฝั่ง คุณสามารถเลือกเดิมพันฝั่งไหนก็ได้ตามใจชอบ โดยฝั่งที่มีแต้มสูงกว่าจะเป็นฝ่ายชนะใน บาคาร่า ฝั่งหนึ่งเรียกว่า “แบงค์เกอร์” และอีกฝั่่งหนึ่งเรียกว่า “เพลเยอร์” โดยที่ฝั่ง “แบงค์เกอร์” ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับทางคาสิโน ในขณะเดียวกันฝั่ง “เพลเยอร์” ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณเช่นกัน อาจจะมีการเรียกว่ามือที่ 1 และมือที่ 2 ด้วยก็ได้ โปรดทราบว่ามีฝั่ง “เพลเยอร์” เพียงมือเดียวไม่ว่าจะมีผู้เล่นกี่คนก็ตาม เพราะฝั่ง “เพลเยอร์” ไม่ใช่มือของผู้เล่นจริงๆ แต่เป็นเพียงหนึ่งในทางเลือกที่คุณสามารถเดิมพันได้เท่านั้น

สรุปผลรวมของไพ่ทั้งสองฝั่ง

ไพ่ 10 และไพ่ที่มีรูปใบหน้าคน ซึ่งได้แก้ไพ่  J , Q , K มีค่าเท่ากับ 0 ส่วนไพ่ใบอื่นๆมีค่าตามหน้าไพ่ และไพ่เอซมีค่าเท่ากับ 1 หากจำนวนรวมมากกว่า 10 ตัวเลขที่สองจะเป็นค่าของมือนั้น ตัวอย่างเช่น 9 และ 6 รวมกันได้ 15 ทำให้มือนี้ได้เพียง 5 แต้ม เพื่อให้ชนะคุณจะต้องเดิมพันฝั่งที่มีแต้มรวมกันใกล้กับ 9 มากที่สุด

ทำความเข้าใจกับการชนะแบบ “เนเชอรัล”

หากไพ่ 2 ใบแรกที่แจกออกมามีแต้มรวมกันได้ 8 หรือ 9 ไม่ว่าจะฝั่งเพลเยอร์หรือแบงค์เกอร์ก็ตาม เรียกว่า การชนะแบบ “เนเชอรัล” และเกมก็จะสิ้นสุดลง การเดิมพันที่วางฝั่งชนะก็จะได้รับเงิน

พิจารณาว่าเพลเยอร์จะได้ไพ่ใบที่สามหรือไม่ ดูได้จากแต้มรวมทั้งหมด

ฝั่งเพลเยอร์จะได้ไพ่ก่อน หากได้ 8 หรือ 9 แต้มจะไม่มีการแจกไพ่ใบที่ 3 หากได้ 6 หรือ 7 แต้มจะถือว่ายืนไพ่ คือ ไม่รับไพ่เพิ่มแล้ว ส่วนแต้มที่เหลือ 0-5 ผู้เล่นต้องจั่วไพ่เพิ่มในกรณีที่แบงเกอร์ไม่ได้ 8 หรือ 9 แต้ม ซึ่งในกรณีนี้ฝั่งแบงค์เกอร์จะชนะโดยไม่มีการจั่วเพิ่มอีก

รู้กฎเกณฑ์เกี่ยวกับไพ่ใบที่สามสำหรับแบงเกอร์

ถ้าเพลเยอร์ยืนไพ่ คือไม่รับไพ่เพิ่มแล้ว(หรือไม่ได้จั่วไพ่ใบใหม่) แบงค์เกอร์จะจั่วเพิ่มหากได้แต้มทั้งหมด 0-5 และยืนไพ่หากได้แต้มรวม 6 หรือ 7 โดยแต้มอื่นๆทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับไพ่ใบที่ 3 ที่เพลเยอร์จั่่วได้ ดังนี้

หากไพ่ใบที่ 3 ของเพลเยอร์ คือ 9, 10, ไพ่ที่มีรูปใบหน้าคน ซึ่งได้แก้ไพ่  J , Q , K หรือเอซ แบงค์เกอร์จะต้องจั่วเพิ่มหากได้ 0-3 แต้ม และยืนไพ่หากได้แต้ม 4-7
หากไพ่ใบที่ 3 ของเพลเยอร์เท่ากับ 8 แต้ม แบงค์เกอร์จะต้องจั่วเพิ่มหากได้แต้ม 0-2 และยืนไพ่หากได้แต้ม 3-7

หากไพ่ใบที่ 3 ของเพลเยอร์คือแต้ม 6 หรือ 7 แบงค์เกอร์จะต้องจั่วเพิ่มหากได้แต้ม 0-6 และยืนไพ่หากได้แต้ม 7

หากไพ่ใบที่ 3 ของเพลเยอร์เท่ากับ 4 หรือ 5 แต้ม แบงค์เกอร์จะต้องจั่วเพิ่มหากได้แต้ม 0-5 และยืนไพ่หากได้แต้ม 6-7

เมื่อแจกไพ่ทั้งหมดแล้ว ให้คำนวณฝั่งที่ชนะ 

ใน บาคาร่า, ฝั่งที่ชนะคือฝั่งที่ใกล้เคียงกับ 9 มากที่สุด ในกรณีที่มีการเสมอกันทั้งสองฝั่งจะไม่มีการชนะหรือแพ้เกิดขึ้น แต่บางครั้งค่าคอมมิชชั่นของการชนะจะจ่ายให้ฝั่งที่เดิมพันแบงเกอร์

ตอนนี้คุณรู้กฎในการเล่นแล้ว คุณสามารถนำกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมมาใช้เพื่อให้คุณชนะ ลองเล่นฟรีบนเว็บไซต์ thaicasinoonline ของเรา และทดลองใช้กลยุทธ์ต่างๆได้ก่อนที่จะเล่นด้วยเงินจริง

how to baccarat

คำแนะนำในการเล่น บาคาร่า ทีละสเต็ปกับ ThaiCasinoOnline