เล่นที่ HappyLuke คาสิโนออนไลน์

วิธีเอาชนะเกม แบล็คแจ็คทั้งแบบออนไลน์ โดย thaicasinoonline

ในเว็บไซต์ thaicasinoonline นั้นมีวิธีการมากมายในการเล่น แบล็คแจ็ค รวมทั้งกลยุทธ์และการเอาชนะเกมเกมนี้ แต่เราจะเน้นไปที่กลยุทธ์

วิธีเอาชนะเกม แบล็คแจ็คทั้งแบบออนไลน์ โดย thaicasinoonline

วิธีเอาชนะเกม แบล็คแจ็คทั้งแบบออนไลน์และแบบดั้งเดิม โดย thaicasinoonline
Share to Facebook Share to Google Plus
5 1 1 1 1 1 Rating 5.00 (1 Vote)

ในฐานะที่ แบล็คแจ็คเป็นเกมคาสิโนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จึงมีกฎกติการ, กลโกง และแผนภูมิต่างๆในการเล่นและเอาชนะเกม เกมนี้ไม่ได้ชนะด้วยโชคช่วย จะชนะ แบล็คแจ๊ค ต้องรู้กลยุทธ์ที่อยู่บนพื้นฐานของความน่าจะเป็น ใน thaicasinoonline มีบทความที่อธิบายวิธีการมากมายเพื่อเอาชนะเกม แบล็คแจ๊ค แม้คุณจะเล่นมันแบบออนไลน์ก็ตาม


1.) จดจำคำศัพท์พื้นฐานของเกม

วิธีการเล่นแบล็คแจ๊คเป็นพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้ ผู้เล่นส่วนมากจะรู้ว่าตนต้องมีไพ่รวมกันให้มีแต้มถึง 21 แต้มจึงจะชนะเจ้ามือได้ แต่มีผู้เล่นน้อยมากที่จะเข้าใจสามารถเรียกไพ่เพิ่มเพื่อให้เข้าใกล้ 21 แต้มมากขึ้น ก่อนที่คุณจะเล่น Thaicasinoonline อยากให้คุณลองทำความเข้าใจเกี่ยวกับศัพท์เทคนิค เช่น double down, split, หรือ quit เพื่อที่จะสามารถเข้าใจกลยุทธ์การเดิมพัน และเพิ่มโอกาสในการชนะมากขึ้น

double down คือ การลงเดิมพันเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าและสามารถเรียกไพ่ได้เพิ่มอีก 1 ใบ

กรณีผู้เล่นมีไพ่ที่เหมือนกัน 2 ใบในมือ ผู้เล่นสามารถแยกมันไว้สองมือ และเดิมพันต่อโดยการแยกการเดิมพันเป็น 2 รายการ

บางคาสิโนสามารถให้ผู้เล่นยอมแพ้ได้ (surrender) โดยผู้เล่นจะได้รับเงินพนันคืนเพียงครึ่งเดียว

2.) ลดความได้เปรียบของเจ้าบ้าน

เจ้ามือจะเหนือกว่าผู้เล่นตรงที่ว่าผู้เล่นจะต้องเริ่มเล่นก่อนโดยไม่รู้เลยว่า hole card และไพ่ที่คว่ำอยู่ของเจ้ามือคืออะไร ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณมีแต้มมากกว่า 21 หรือหากคุณลืมมัน คุณจะแพ้โดยอัตโนมัติเมื่อเจ้ามือ Bust หมายถึง แต้มรวมของไพ่เจ้ามือนั้นเกิน 21 เช่นกัน รู้เช่นนี้แล้วคุณจะเข้าใจว่าการชนะเกมนั้นขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อไพ่ที่คุณ, ผู้เล่นอื่น ๆ และเจ้ามือ เพื่อใช้ในการคาดเดาว่าเจ้ามือถือไพ่ใด

3.) ศึกษากลยุทธ์ แบล็คแจ็คขั้นพื้นฐาน

เมื่อแบล็คแจ็คเป็นเกมซึ่งแตกต่างจากเกมอื่นๆ คุณจะเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งขึ้นโดยการหาวิธีเล่นอย่างมั่นคง เช่น คุณมีถึง 16 แต้มหรือไม่เมื่อเจ้ามือมี 10 แต้มในมือเขา? คุณได้ตัดแต้ม 8 ออกเป็นสองรึป่าว? ผู้เล่นควรให้ความสำคัญกับกราฟ, ไพ่ในมือ และ ไพ่ที่ผู้ประกอบการมี เพื่อช่วยในการตัดสินใจ

ในระยะแรกคุณอาจรู้สึกลำบากในการแสดงท่าทางที่แตกต่างกันไปในสถานการณ์ที่ต่างกัน แต่ยิ่งคุณเล่นมากเท่าไหร่ คุณก็จะได้สัมผัส และเรียนรู้วิธีการเล่นมากเท่านั้น"

4.) ศึกษากฎกติกาของโต๊ะก่อนวางเดิมพัน

เกมแบล็คแจ็คที่ต่างกันแสดงถึงแนวทางในเกมที่หลากหลาย เกมส่วนมากใช้ไพ่หลายสำรับเพื่อป้องกันการตรวจสอบ และลดความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่ชัยชนะของผู้เล่น เกมแบล็คแจ็คส่วนใหญ่มักให้เจ้ามือหยุดอยู่ที่แต้ม 17 แม้ดูเหมือนว่าผู้ประกอบการจะเป็นฝ่ายแพ้ แต่อาจมีการงัดทฤษฎี Soft hand ที่ว่า ไพ่ในมือใดๆที่เป็น เอซ (A) จะถูกนับให้เป็น 11 แทนที่จะเป็น 1 นั่นเอง

เกมนี้จะใช้เวลาที่ยาวนานมากขึ้นในการเอาชนะ ยกตัวอย่างเช่น ผู้เล่นควรหลีกเลี่ยงแต้ม 1 ที่เจ้ามือสามารถจั่วไปรวมกับแต้ม 17
หลีกให้ห่างจากเครื่องจัดเรียง (rearrange machines) ที่สามารถทำให้ผู้อื่นตรวจสอบไพ่ที่เป็นไปได้ของคุณ สิ่งนี้จะส่งผลให้เจ้ามือตกที่นั่งลำบาก

5.) ตรวจสอบกฎกติการการเล่นของโต๊ะแบล็คแจ็ค

ก่อนวางเดินพันใดใดในเกมแบล็คแจ็คนั้น ผู้เล่นควรศึกษาการได้รับเงินจากเกมแบล็คแจ็คเสียก่อน สำหรับเกมปกติ หากผู้เล่นได้ 21 แต้มในไพ่ 2 ใบแรกแล้วหล่ะก็ทางโต๊ะจะจ่ายให้คุณ 3 ใน 2 หมายถึง $3 สำหรับแต่ละการเดิมพันมูลค่า $2 หากคุณพบที่อื่นๆ ที่จ่ายคุณน้อยกว่านั้น เช่น 6 ต่อ 5 คุณควรหลีกเลี่ยงมัน

6 ต่อ 5 นั้นแย่กว่า 3 ต่อ 2 อยู่มาก หากคุณพิจารณาดูดีๆ ถ้าคุณชนะ 2 ครั้งในโอกาสครั้งแรก คุณสามารถเดิมพัน 10 หน่วยเพื่อชนะ 12 หน่วย และ 12 หน่วยในโอกาสที่ 2 สามารถนำไปสู่ 4 การเดิมพัน รวมแล้วจึงเท่ากับคุณเดิมพัน 8 หน่วยเพื่อชนะ 12

6.) สร้างกลยุทธ์การเดิมพันของคุณเอง

ในเกมปกติ จะเป็นการดีที่สุดที่ผู้เล่นต้องหนักแน่นหรือเพิ่มมูลค่าการเดิมพันของตนแค่ 1 ดอลล่าหรือมูลค่าเทียบเท่าในค่าเงินอื่นจนกว่าจะชนะ เมื่อเกมดำเนินไปด้วยความเป็นไปได้และโอกาส ผู้เล่นควรรู้จักลดมูลค่าการเดิมพันของตนลงเมื่อเริ่มเสีย และเพิ่มมูลค่าการเดิมพันขึ้นเมื่ออัตราการเดิมพันเป็นที่น่าพอใจ

7.) เพิ่มเงินเดิมพันของคุณเมื่ออัตราการเดิมพันอยู่ในค่าที่คุณพอใจ

หากในสำรับมีไพ่แต้มสูงอยู่มากจะเป็นการดีที่จะทำให้ค่ารวมในมือผู้เล่นถึง 10 และมีโอกาสที่จะได้แบล็คแจ็ค ยิ่งคุณเล่นมากเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้คุณสัมผัสได้ถึงไพ่ที่ยังคงอยู่ในสำรับบวกกับไพ่ที่อยู่ในมือ และเมื่อคุณสัมผัสโอกาสที่จะชนะ คุณควรฉวยโอกาสนี้วางเดิมพันมูลค่าสูง

8.) หลีกเลี่ยงการซื้อประกัน

เจ้ามือจะมีการเสนอให้ผู้เล่นซื้อประกันในกรณีที่เจ้ามือได้แบล็คแจ็ค เมื่อผู้เล่นซื้อประกันและเจ้ามือได้แบล็คแจ็คนั้น ผู้เล่นจะได้รับเงินประกันคืนมา แต่จะเสียเงินที่วางเดิมพันไปนั่นเอง เงินจำนวนนี้อาจจะกลับมาเป็นการชั่วคราว แต่ในระยะยาวนั้นตัวคาสิโนเองก็ทำเงินอยู่ดี

ผู้เล่นใหม่อาจไม่มีโอกาสรู้จำนวนแต้ม 10 ของไพ่ที่คว่ำอยู่ล่างเอซของเจ้ามือ ดังนั้นผู้ที่สามารถนับไพ่ได้จึงมีโอกาสมากกว่าที่จะนำข้อมูลทีทราบมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการวางเดิมพัน "
การนับไพ่

1.) กำหนดค่าให้ไพ่

ภายใต้กลยุทธ์ค่าสูง-ต่ำในการนับไพ่ ไพ่ทุกใบในสำรับจะมีมูลค่าของตน ดังต่อไปนี้
ไพ่ 2, 3, 4, 5 และ 6 มีค่าเท่ากับ +1
ไพ่ 7, 8 และ 9 มีค่าเท่ากับ 0
และ ไพ่ 10, Jack, Queen, King และเอซ มีค่าเท่ากับ -1

แนวคิดนี้คือการที่คุณคอยคาดเดาไพ่ที่เปิดออกมา ยิ่งมี Jack, Queen และ King ในสำรับมากเท่าไหร่โอกาสที่คุณได้แบล็คแจ็ค และเจ้ามือจะพ่ายแพ้ก็มีมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับกลยุทธ์ค่าสูง-ต่ำนั้น เป็นกลยุทธ์ทั่วไปที่ถูกใช้ในการนับไพ่ แต่มันจะต่างออกไปเมื่อมีไพ่ที่มีค่าโดดเด่นเช่น เอซและ 5

2.) การนับไพ่ไปเรื่อยๆ หรือ running count

การนับไพ่ไปเรื่อยๆ หรือ running count จะใช้ไพ่เพียง 1 สำรับและคอยเปิดไพ่ทีละใบ เมื่อไพ่ถูกเปิดขึ้น คุณจะบวกเพิ่มมูลค่าของมันไปเรื่อยๆ เมื่อคืนจั่วได้ 2, 5 และเอซ มูลค่าของไพ่ในมือคุณจะเท่ากับ 1 เมื่อไพ่หมดสำรับ มูลค่าของไพ่ในมือคุณควรเท่ากับ 0 หมั่นฝึกฝนจนกว่าคุณจะทำได้อย่างว่องไวและแนบเนียน

3.) การนับมูลค่าไพ่ที่แท้จริง หรือ true count

โดยมากคาสิโนจะใช้ไพ่หลายสำรับในการเล่นแบล็คแจ็ค ทำให้มูลค่าไพ่ทั้หมด หรือ running count ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้นคุณจะต้องหามูลค่าไพ่ที่แท้จริงหรือเรียกว่า true count เพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะ เพื่อหามูลค่าไพ่ที่แท้จริงนั้นเราต้องนำ true count มาหารด้วยจำนวนของสำรับไพ่ที่ใช้เล่นนั่นเอง

ค่าการนับไพ่ running count เท่ากับ 3 ถือว่าปกติหากเล่นด้วยไพ่สำรับเดียว แต่ถ้ามีการเล่นไพ่มากกว่า 1 สำรับนั้นค่านี้จะถือว่าน้อยไป เพราะปริมาณไพ่นั้นเพิ่มขึ้นและลดโอกาสการชนะไปในตัวนั่นเอง

ตัวอย่างเช่น หากคุณมี running count เท่ากับ 7 และเล่นด้วยไพ่ 2 สำรับ เราต้องเอา 7 มาหารด้วย 2 เพื่อหาค่า true count ที่จะมีค่าราวๆ 3 แต่ถ้ามีการใช้ไพ่ 6 สำรับในการเล่น ค่า true count ของเราจะลดลงเหลือราวๆ 1 เท่านั้นเอง
จากเว็บไซต์ thaicasinoonline ถ้าคุณมีแต้มในมือมากกว่า 21 คุณควรเลิก เพราะจุดนี้จะเป็นที่เพ่งเล็งของเจ้ามือและคุณอาจเสียเงินเดิมพันทั้งหมด

4.) ฝึกฝนการรักษามูลค่าไพ่ที่แท้จริง หรือ true count

เริ่มจากการเล่นด้วยไพ่ 2 สำรับ หงายไพ่ทีละใบ และเริ่มแจกจ่ายไพ่เป็นกองๆ เริ่มต้นด้วยการลองนับตามปกติ ฝึกฝนจนคุณมีความแม่นยำมากขึ้น และพร้อมที่จะเล่นจริงอย่างไม่หวาดกลัว

การเล่นไพ่ออนไลน์ในปัจจันเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ลองซ้อมดูก่อน 2-3 ครั้ง หลังจากนั้นคุณจึงสามารถลงเล่นจริง

5.) นับต่อไปแม้มีสิ่งรบกวน

เมื่อคุณมีความแม่นยำในการนับไพ่แล้ว คุณควรฝึกฝนตนเองในเรื่องการสิ่งรบกวนเช่นกัน คุณอาจจะสร้างบรรยากาศให้เหมือนว่าตนกำลังเล่นอยู่ในคาสิโนที่มีเสียงบกวนมากมาย อาจจะเริ่มต้นด้วยการเปิดรายการวิทยุหรือเพลงก่อน หลังจากนั้นคุณอาจลองเล่นและนับไพ่ในที่ที่มีเสียงบกวนดังๆ เช่น งานปาร์ตี้กับเพื่อนๆของคุณ คุณควรฝึกฝนไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะสามารถนับไปด้วยและสนทนากับผู้อื่นไปด้วยได้

6.) ดัดแปลงการเดิมพันของคุณ

เมื่อจะลงเล่นจริง คุณควรมั่นใจว่าคุณสามารถนับไพ่ได้อย่างแนบเนียนและไม่เป็นที่น่าสงสาร คุณควรทำตัวให้ปกติที่สุด เมื่อเริ่มชนะคุณควรเพิ่มมูลค่าเงินเดิมพันทีละนิด และลดลงทีละนิดเช่นเดียวกันเมื่อเริ่มแพ้ จะเป็นการดีหากคุณสามารถเลิกเล่นหลักจากเริ่มชนะแทนที่จะอยู่โต๊ะเดิมเป็นเวลานานๆเพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย

ถึงแม้ว่าการนับไพ่จะถูกต้องตามกฎหมาย แต่คาสิโนไม่ได้เห็นด้วยกับมัน เพราะมันทำให้พวกเขาเสียเงิน
หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Blackjack คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ thaicasino-online.com